เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนอย่างรุนแรงและเด็ดขาด เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่กลุ่มติดอาวุธนี้โจมตีเรือสินค้าและกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแดง “พวกอันธพาลฮูตีที่ได้รับทุนจากอิหร่าน ได้ยิงมิสไซล์เข้าใส่อากาศยานของสหรัฐฯ และเล็งเป้าหมายมาที่กองทัพและพันธมิตรของเรา” นายทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social พร้อมเน้นย้ำว่า การปล้นเรือและการก่อการร้ายของกลุ่มติดอาวุธนี้ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล และเป็นภัยต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์
ข่าวสั้นๆพร้อมสรุปผลกระทบจากการโจมตีของสหรัฐฯ
กระทรวงกลาโหมของเยเมน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกบฏฮูตี ออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 9 ราย ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดของสหรัฐฯ ตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ฮูตีเป็นกลุ่มกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมถึงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมาตั้งแต่ปี 2557 พวกเขาได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารเอง แม้จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมนานาชาติ
ต้นตอของความขัดแย้ง เชื่อมโยงถึงสงครามกาซา
กลุ่มกบฏฮูตีเริ่มโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 หลังจากอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา พวกเขาอ้างว่าจะโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล อย่างไรก็ตาม มีเรือหลายลำที่ถูกโจมตีโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอลแต่อย่างใด กลุ่มฮูตียังประกาศว่าจะโจมตีต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าสงครามในฉนวนกาซาจะสิ้นสุดลง ซึ่งทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น และสหรัฐฯ ต้องดำเนินมาตรการตอบโต้เพื่อปกป้องเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
ท่าทีของสหรัฐฯ "ขุมกำลังที่ท่วมท้นถึงตาย"
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า สหรัฐฯ จะไม่อดทนต่อการโจมตีของฮูตี และพร้อมจะใช้กำลังทหารอย่างเต็มที่เพื่อยุติภัยคุกคามนี้ “เราจะใช้ขุมกำลังที่ท่วมท้นถึงตายจนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมาย” นายทรัมป์กล่าว พร้อมเตือนว่าหากฮูตียังไม่หยุดการโจมตี "นรกจะถาโถมเข้าใส่พวกคุณ อย่างที่พวกคุณไม่เคยเห็นมาก่อน"
ผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง
การโจมตีของกบฏฮูตีได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจขนส่งทางทะเล บริษัทขนส่งสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งต้องหยุดใช้ทะเลแดงเป็นเส้นทางเดินเรือ และหันไปใช้เส้นทางอ้อมแอฟริกาตอนใต้แทน แม้จะต้องใช้ระยะทางที่ไกลกว่ามากก็ตาม ปัจจุบัน เป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้วที่เรือติดธงชาติสหรัฐฯ ไม่สามารถเดินทางผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมต่อทะเลแดงกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างปลอดภัย และเป็นเวลา 4 เดือนแล้วที่เรือรบสหรัฐฯ ต้องลาดตระเวนเส้นทางเดินเรือระหว่างแอฟริกาตะวันออกและคาบสมุทรอาระเบีย เพื่อคุ้มกันเรือสินค้า
แรงกดดันต่ออิหร่าน ทรัมป์เตือน "จะต้องรับผิดชอบ"
นอกจากการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีโดยตรงแล้ว นายทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตือนอิหร่านอย่างชัดเจนให้หยุดให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในเยเมน ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงจากสหรัฐ “รัฐบาลอิหร่านต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนหลักของฮูตี และเราไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้” ทรัมป์กล่าว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดก่อนของโจ ไบเดน ว่าอ่อนแอเกินไปในการจัดการกับปัญหานี้ และปล่อยให้ฮูตีกระทำการโดยไม่มีการควบคุม
ข่าวสั้นๆพร้อมสรุป ปฏิกิริยาของประชาคมโลก
นานาประเทศกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบางประเทศแสดงความกังวลว่าสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวเป็นสงครามขนาดใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น และหาทางแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทางการทูต แต่จากท่าทีของสหรัฐฯ และการยืนยันของฮูตีว่าจะยังคงโจมตีต่อไป ดูเหมือนว่าความรุนแรงยังไม่สิ้นสุดลงในเร็ววันนี้
ข่าวสั้นๆพร้อมสรุปอนาคตของความขัดแย้ง จะสิ้นสุดอย่างไร
แม้สหรัฐฯ จะดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพื่อยับยั้งภัยคุกคาม แต่ความขัดแย้งในเยเมนยังคงเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อ และมีความซับซ้อนสูง การแทรกแซงของมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด และไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงง่ายๆ สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญคือ จะมีแนวทางใดที่สามารถนำไปสู่การคลี่คลายปัญหา โดยไม่ทำให้ภูมิภาคนี้ต้องจมอยู่ในสงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุด หรือว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่รุนแรงกว่านี้